Banner A878

อิตาลี พบ เบลเยียม ศึกหนักตั้งแต่นัดเปิดสนาม

อิตาลี พบ เบลเยียม ศึกหนักตั้งแต่นัดเปิดสนาม

สารบัญเว็บไซต์

อิตาลี พบ เบลเยียม ศึกหนักตั้งแต่นัดเปิดสนาม ใครจะคว้าสามแต้มแรกใน Nations League

เกมระหว่าง อิตาลี พบ เบลเยียม เป็นหนึ่งในคู่ที่น่าจับตามองของโปรแกรม Nations League รอบนี้ เพราะทั้งสองทีมต้องมาเจอกันตั้งแต่นัดแรกของกลุ่ม A1 ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ได้มีเกมง่ายรออยู่เลย นอกจากสองทีมนี้แล้วยังมีทั้งฝรั่งเศสและตุรกี ดังนั้นการออกสตาร์ตด้วยสามคะแนนจึงมีความหมายมากกว่าการเป็นเพียงชัยชนะนัดเปิดสนาม

ฝั่งอิตาลีได้เล่นในบ้านและน่าจะต้องการเป็นฝ่ายกำหนดจังหวะมากกว่า โดยเฉพาะเมื่อ โรแบร์โต มันชินี กลับมาคุมทีมและกำลังเริ่มต้นสร้างทีมชุดใหม่ รายชื่อรอบนี้ยังมีแกนหลักอย่าง จานลุยจิ ดอนนารุมมา, อเลสซานโดร บาสโตนี, นิโคโล บาเรลลา และ ซานโดร โตนาลี ผสมกับผู้เล่นรุ่นใหม่หลายคน ทำให้เกมนี้น่าสนใจว่าทีมจะลงตัวได้เร็วแค่ไหน

ด้านเบลเยียมเองก็อยู่ในช่วงเริ่มต้นแนวทางใหม่ภายใต้ มาร์ค ฟาน บอมเมล เช่นกัน เพราะฉะนั้นช่วงต้นเกมอาจไม่ได้เห็นทั้งสองทีมเปิดหน้าแลกกันทันที แต่จะเป็นการพยายามอ่านระบบของอีกฝ่ายก่อน ใครเสียบอลง่ายหรือมีช่องว่างในแดนกลางมากกว่ากันอาจเป็นฝ่ายเจองานยาก

สำหรับคนที่กำลังหา ดูบอลวันนี้ หรือเลือกคู่สำหรับ ดูบอลสด คืนนี้ เกมนี้มีครบทั้งชื่อชั้น ความกดดัน และเรื่องของการเริ่มต้นยุคใหม่ ซึ่งทำให้ผลการแข่งขันคาดเดาได้ยากกว่าที่ชื่อของทั้งสองทีมบอกเอาไว้

อิตาลียุคใหม่กับโจทย์เกมรุก จะเจาะแนวรับเบลเยียมได้มากแค่ไหน

หนึ่งในคำถามใหญ่ของอิตาลีก่อนลงสนามคือเกมรุกจะทำงานได้ดีเพียงใด เพราะรายชื่อชุดล่าสุดมีตัวเลือกในแนวหน้าหลากหลายมากขึ้น ทั้ง จานลูกา สกามัคกา, มอยส์ คีน, ฟรานเชสโก ปิโอ เอสโปซิโต และ จาโคโม ราสปาโดรี ซึ่งแต่ละคนมีจุดเด่นแตกต่างกันอย่างชัดเจน

หากอิตาลีเลือกใช้กองหน้าที่เล่นเป็นเป้าหมายได้ เกมรุกอาจเน้นการขึ้นบอลด้านข้างแล้วหาจังหวะเปิดเข้าเขตโทษ แต่ถ้าใช้แนวรุกที่เคลื่อนที่เยอะกว่า เราอาจได้เห็นการสลับตำแหน่งและพยายามลากกองหลังเบลเยียมออกจากพื้นที่ วิธีไหนจะได้ผลมากกว่ากันต้องขึ้นอยู่กับว่าเกมแดนกลางสามารถส่งบอลขึ้นหน้าได้เร็วแค่ไหนด้วย

สิ่งที่อิตาลีต้องระวังคืออย่าครองบอลแบบไม่มีความอันตราย เพราะการต่อบอลไปมาอยู่หน้ากรอบเขตโทษโดยไม่มีคนวิ่งทำทางจะเปิดโอกาสให้เบลเยียมถอยลงไปตั้งรับได้ง่าย ยิ่งถ้าเจ้าบ้านดันผู้เล่นขึ้นไปจำนวนมากแล้วเสียบอล จังหวะสวนกลับของทีมเยือนก็จะเริ่มมีพื้นที่ทันที

ดังนั้นเกมรุกของอิตาลีอาจไม่ได้วัดกันที่จำนวนครั้งในการครองบอล แต่ต้องดูว่าพวกเขาสามารถพาบอลเข้าไปในพื้นที่อันตรายได้กี่ครั้ง หากเล่นเร็วในจังหวะสุดท้ายและมีคนเข้ากรอบพร้อมกันมากพอ แนวรับเบลเยียมจะเจองานหนักแน่นอน แต่ถ้าจังหวะยังช้า เกมอาจกลายเป็นคืนที่อึดอัดสำหรับเจ้าบ้าน

เบลเยียมต้องพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง เมื่อเกมแรกต้องบุกเยือนทีมแกร่งอย่างอิตาลี

การออกไปเยือนอิตาลีตั้งแต่นัดแรกถือว่าเป็นบททดสอบที่ค่อนข้างหนักสำหรับเบลเยียม เพราะนอกจากจะต้องเจอกับทีมที่มีคุณภาพแล้ว ยังต้องรับมือกับบรรยากาศเกมเยือนและความกดดันจากเจ้าบ้านตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นอีกด้วย ที่สำคัญ เบลเยียมเองก็เพิ่งเริ่มต้นยุคของ มาร์ค ฟาน บอมเมล เช่นกัน ทำให้ระบบการเล่นอาจยังมีรายละเอียดบางอย่างที่ต้องปรับระหว่างการแข่งขัน

สิ่งที่ทีมเยือนต้องทำให้ดีคือการผ่านช่วงแรกของเกมให้ได้ ถ้าอิตาลีเริ่มต้นด้วยการกดดันสูง เบลเยียมไม่ควรรีบเล่นจนเสียบอลง่ายบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ การเก็บบอลให้ได้สักระยะและบังคับให้อิตาลีวิ่งไล่จะช่วยลดความคึกคักของเจ้าบ้านลงได้

ในทางกลับกัน เบลเยียมไม่จำเป็นต้องครองบอลมากกว่าเพื่อสร้างปัญหาให้เจ้าถิ่น เพราะเกมลักษณะนี้พื้นที่ที่อันตรายที่สุดอาจเกิดตอนอิตาลีกำลังดันทีมขึ้นสูง หากสามารถแย่งบอลแล้วเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุกได้เร็ว ก็มีโอกาสเจอกับแนวรับที่ยังกลับเข้าตำแหน่งไม่ครบ

นี่จึงเป็นเกมที่อาจบอกอะไรเกี่ยวกับเบลเยียมชุดนี้ได้พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวินัยตอนเล่นเกมรับ ความนิ่งเวลาถูกกดดัน หรือความเด็ดขาดตอนมีโอกาสสวนกลับ เพราะการเจออิตาลีในเกมเยือนตั้งแต่นัดแรกแทบไม่มีพื้นที่ให้ลองผิดลองถูกมากนัก

แดนกลางใครแน่นกว่ากัน จุดชี้ขาดที่อาจกำหนดทิศทางของเกมตั้งแต่ต้น

หากต้องเลือกพื้นที่หนึ่งในสนามที่ควรจับตามองเป็นพิเศษในเกมนี้ คงหนีไม่พ้นแดนกลาง เพราะทั้งอิตาลีและเบลเยียมต่างต้องการใช้พื้นที่ตรงนี้เป็นจุดเชื่อมระหว่างเกมรับกับเกมรุก

อิตาลีเรียกผู้เล่นอย่าง นิโคโล บาเรลลา, ซานโดร โตนาลี, ดาวิเด ฟรัตเตซี และ นิโคโล ฟาจิโอลี เข้ามาในทีมชุดนี้ ทำให้มันชินีมีทางเลือกค่อนข้างเยอะในการจัดสมดุลระหว่างคนที่คุมจังหวะกับคนที่สามารถวิ่งสอดขึ้นไปในพื้นที่สุดท้าย

อย่างไรก็ตาม การมีชื่อชั้นที่ดีไม่ได้หมายความว่าจะคุมเกมได้โดยอัตโนมัติ เพราะจุดสำคัญอยู่ที่ระยะห่างระหว่างผู้เล่น หากแดนกลางอิตาลีขยับขึ้นสูงเกินไปพร้อมกันแล้วเสียบอล เบลเยียมอาจมีพื้นที่ให้เล่นสวนกลับทันที ตรงกันข้าม หากเบลเยียมถอยต่ำจนเกินไป เจ้าบ้านก็จะมีเวลาตั้งบอลและโยกเกมจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งได้ง่ายขึ้น

อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือการเก็บบอลจังหวะสอง เกมใหญ่แบบนี้จะมีการปะทะและบอลกระดอนกลางสนามค่อนข้างเยอะ ทีมที่ตามเก็บบอลเหล่านั้นได้ต่อเนื่องจะสามารถสร้างแรงกดดันรอบใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องกลับไปเริ่มเกมจากแนวรับ

เวลาติดตาม บอลสด อิตาลี เบลเยียม จึงอย่ามองเฉพาะคนทำประตู เพราะผู้เล่นกลางสนามที่อาจไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ดสามารถเป็นคนกำหนดทั้งจังหวะและทิศทางการแข่งขันได้มากที่สุด

ตัวอันตรายของทั้งสองทีม ใครมีโอกาสสร้างความแตกต่างในคืนสำคัญ

เกมระดับนี้บางครั้งรูปเกมอาจสูสีจนแทบไม่มีฝ่ายไหนเหนือกว่ากันชัดเจน และเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนั้น สิ่งที่สามารถเปลี่ยนการแข่งขันได้มักเป็นคุณภาพเฉพาะตัวของผู้เล่นเพียงหนึ่งหรือสองจังหวะ

ฝั่งอิตาลีมีผู้เล่นที่น่าจับตามองหลายตำแหน่ง บาเรลลามีความสามารถในการเชื่อมเกมและเติมขึ้นไปในพื้นที่สุดท้าย ขณะที่โตนาลีสามารถช่วยกำหนดจังหวะจากแดนกลางได้ ส่วนในแนวรุกมันชินีมีทางเลือกที่แตกต่างกันหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งของสกามัคกา หรือการเคลื่อนที่ของกองหน้าคนอื่นในทีมชุดนี้

แต่ตัวอันตรายไม่ได้จำกัดเฉพาะกองหน้าเท่านั้น เพราะเกมที่สองทีมระวังกันมาก ลูกตั้งเตะอาจมีความสำคัญอย่างมาก เตะมุมหรือฟรีคิกเพียงครั้งเดียวสามารถเปลี่ยนเกมที่ดูสูสีให้กลายเป็นอีกเรื่องได้ทันที

เบลเยียมเองก็ต้องพยายามสร้างสถานการณ์ที่ผู้เล่นเกมรุกได้เผชิญหน้ากับกองหลังแบบตัวต่อตัวให้มากที่สุด เพราะถ้าต้องเล่นผ่านแนวรับอิตาลีที่ยืนกันครบทั้งแผง งานจะยากขึ้นหลายเท่า การเปลี่ยนเกมเร็วและโจมตีพื้นที่ว่างก่อนที่เจ้าบ้านจะจัดตำแหน่งได้ครบจึงมีความสำคัญ

ท้ายที่สุดเกมแบบนี้ไม่จำเป็นต้องมีใครเล่นเหนือกว่าตลอดทั้งคืน คนที่ใช้โอกาสสำคัญได้ดีกว่าอาจเป็นคนที่ถูกพูดถึงหลังจบเกม

วิเคราะห์ก่อนเกม อิตาลี พบ เบลเยียม รูปเกมจะออกมาสูสีหรือมีฝ่ายไหนคุมสถานการณ์ได้มากกว่า

ก่อนเกม อิตาลี พบ เบลเยียม สิ่งที่ทำให้คาดเดารูปเกมได้ยากคือทั้งสองทีมต่างกำลังเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน และยังอยู่ในกระบวนการปรับตัวกับแนวทางของกุนซือ เพราะฉะนั้นช่วงแรกอาจไม่ได้เปิดแลกกันแบบที่หลายคนคาดหวัง ฟุตบอลทีมชาติอิตาลี

อิตาลีในฐานะเจ้าบ้านน่าจะพยายามครองพื้นที่และเป็นฝ่ายเดินเกมมากกว่า แต่การบุกเยอะไม่ได้หมายความว่าจะสร้างโอกาสได้ง่าย หากเบลเยียมตั้งรับเป็นระเบียบและบีบพื้นที่ตรงกลาง เจ้าบ้านอาจต้องหันไปใช้เกมริมเส้นหรือการยิงจากแถวสองเพื่อเปิดเกม

ในทางกลับกัน เบลเยียมมีเหตุผลที่จะไม่รีบร้อน การปล่อยให้อิตาลีดันแนวรับขึ้นสูงแล้วรอจังหวะเล่นเร็วกลับไปอาจสร้างโอกาสที่อันตรายกว่าเดินหน้าแลกตั้งแต่ต้น สิ่งสำคัญคือทีมเยือนต้องไม่เสียประตูก่อนเร็วเกินไป เพราะหากอิตาลีขึ้นนำและสามารถเลือกจังหวะเล่นของตัวเองได้ เกมจะยากขึ้นทันที

error: Content is protected !!